วีรชนคนบ้านบางระจัน

ถ้าถามถึงสมัยก่อนที่จะมีกรุงเทพฯนั้นก็เมืองหลวงของไทยเองก็คืออยุธยานั่น เองและที่ก่อนที่อยุธยาจะแตกนั่นก็ได้มีหมู่บ้านเล็กๆที่อาศัยอยู่ในจังหวัด สิงห์บุรีนั่นก็คือหมู่บ้านบางระจันนั้นเองในสมัยก่อนนั้น วันนี่เราจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับประวัติของหมู่บ้านบางระจันกันนั่นเอง ก่อนอื่นขอเล่าก่อนเลยว่าหมู่บ้านนี่นั่นไม่ได้อยู่ที่เมืองหลวงของอยุธยา แต่ถูกปกครองด้วยเมืองหลวงของอยุธยานั่นเองและยังเป็นพื้นที่ ที่มีข้าวปลาอาหารกุ้งหอยปูปลาอิกด้วยและยังมีวีรชนผู้กล้านามว่า วีรชนคนบ้านบางระจัน นั่นเองอิกด้วยเพราะว่าก่อนที่จะกรุงศรีจะแตกพ่ายนั้นหมู่บ้านบางระจันได้มี การปกครองโดยนาย พันเรืองเป็นหัวหน้าผู้ปกครองหมู่บ้านี่นั่นเองและเมื่อหม่าบุกที่จะเข้ามา ยึดกรุงศรีนั้นหมู่บ้านที่อยู่ก่อนหน้าค่ายบางระจันนั้นก็ได้แตกพ่ายกันไป หมดและทำให้ผู้คนแห่หลั่งไหลมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนี่กันหมดเลยเพราะว่า เป็นพื้นที่ เต็มไปด้วยความสะดวกสบายทั้งน้ำอาหารปลาพื้นที่การเกษตรและทำเลที่ตั่งอิก ด้วย และเมื่อเวลาร่วงผ่านไปหม่าก็ได้บุกเข้ามาใกล้ถึงค่ายบางระจันนั่นเองก็เลย ทำให้ได้ถือกำเนิดสิบเอ็ดนักสู้วีรชนคนบ้านบางระจันนั่นเองถึงหมู่บ้านนี่จะ เป็นหมู่บ้านที่เล็กๆไม่ทหารเพียงไม่กี่ร้อยนายก็ทำให้พม่าไม่สามารถเข้าตี หมู่บ้านแตกได้ และยังทำให้พม่านั่นบุกมาถึงเจ็ดครั้งแต่ก็ไม่สามารถบุกฝ่าแหกวงล้อมเข้า มาตีหมู่บ้านค่ายบางระจันได้เลยเพราะซึ่งเนื่องด้วยความเหนียวแน่นความ สามัคคีของคนไทยเรานั่นเองเลยทำให้ค่ายหมู่บ้านบางระจันนี่เป็นที่กล่าวกัน มานานรุ่นสู่รุ่นเองปัจจุบันค่ายหมู่บ้านบางระจันนี่ก็คือจังหวัดสิงห์บุรี ในปัจจุบันนี่และยังเป็นพื้นที่และทำเลที่เหมาะแก่การเพราะปลูกอิกเหมือน เดิมเพราะเป็นพื้นที่เต็มไปด้วยเต็มไปด้วยการคมนาคมที่สะดวกสบายอิกด้วยนะ ตอนนี่นั่นเอง

ไทยมีพิษทั่วตัวแม้จะมีแค่มือเปล่า

ถ้าถามถึงว่าเกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัวนั่นชาติไทยก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกเพราะ ว่าศิลปะการป้องกันตัวของไทยนั้นก็คือการปกป้องและป้องกันตัวเองจากภัย อันตรายต่างและถ้าถามถึงศิลปะที่เป็นที่เล่ากล่าวกันมานานรุ่นสู่รุ่นก็คือ ตำนานเชลยไทยที่ไปอยู่ในประเทศพม่านั่นเองและตอนนี่เราจะมาพูดถึงตำนานนัก สู้มือเปล่านั่นเองจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากยอดนักสู่ฝีมือดี นายขนมต้ม เดิมแล้วนายขนมต้มนั้นก็เป็นแค่เด็กชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเมืองกรุง ศรีอยุธยานั่นเองดั่งเดิมแล้วครอบครัวของเค้านั่นเป็นคนอยุธยาโดยกำเนิดและ ในช่วงนั้นเองเป็นช่วงที่ประเทศพม่าล่าพื้นที่การปกครองนั่นเองและเป็นช่วง เดี่ยวกันกับที่อยุธยาอ่อนแอลงมากเลยเป็นช่วงที่ทำให้อยุธยาเสียกรุงและทำ ให้กรุงแตกพ่ายลงนั่นเองและทำให้คนไทยหลายคนนั้นได้ถูกพม่าไล่ต้อนกลับเมือง ไปเป็นเชลยไทยใช้งานอิกด้วยหนึ่งในนั้นก็คือนายขนมต้มนั่นเองเดิมแล้วนายขนม ต้มมีพี่สาวและพ่อแม่แต่ถูกฆ่าลงตอนเสียกรุงเลยทำให้มีการฝังใจเกี่ยวกับการ ตายของพ่อแม่นั่นเองและเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาไปนั้นเองเลยทำให้ตกเป็นเชลย ของหม่าและถูกไปทาสใช้แรงงานในพม่าและยังถูกขังคุกอิกด้วยโดนทรมานจนหนักและ เมื่อประเทศพม่ายึดไทยได้ตีไทยจนแตกนั้น แล้วกลับประเทศพม่าเองนั้นเลยได้มีการจัดการเฉลิมฉลองการยกใหญ่และได้สร้าง ได้จัดงานอย่างที่หาที่ไหนไม่ได้และได้สร้างอนุสาวรีย์ให้แก่วีรชนของพม่า ที่ทำคุณงามความดีอิกด้วยและเมื่อมาถึงงานก็ได้มีกษัตริย์ของหม่าได้มาชมการ สร้างและจัดงานการต่อสู่หมัดมวยอิกด้วยและตอนนั้นเองนายขนมต้มก็ได้เป็นทาส รับใช้อยู่ในงานนั้นพอดีและก็เป็นตอนเดียวที่แม่ทัพพม่าได้กล่าวกับกษัตริย์ ว่าคนไทยนั้นก็มีนักสู้ฝีมือดีอยู่คนหนึ่งชื่อนายขนมต้มและทำให้ได้ถูกเชิญ ตัวมาทำการต่อสู่กับนักสู่จากพม่าอิกด้วยและได้ทำการชนะพม่าได้โดยไม่ถึง หนึ่งยกสามารถชนะคู่ต่อสู้ได้ถึงเก้าคนนั้นเองและจึงทำให้กษัตริย์ได้กล่าว คำว่า ไทยมีพิษทั่วตัวแม้จะมีแค่มือเปล่า เลยทำให้เป็นที่เล่าปากต่อปากกันมานานชั่วลูกชั่วหลานจนถึงตอนนี่นั่นเอง